เทคนิคการหางานสำหรับนักศึกษาจบใหม่

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาหลักของนักศึกษาจบใหม่นั้น คือการต้องเผชิญหน้ากับปัญหาการว่างงาน หากบางคนจบมาได้งานทำเลยถือว่าโชคดี หรือเรียกได้ว่าจังหวะและโอกาสอยู่ในกำมือ แต่สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ยังว่างงานอยู่คงกังวลใจไม่น้อย ยิ่งเพื่อนๆ ต่างพากันได้งานแล้วด้วย ยิ่งคิดมากเข้าไปใหญ่ วันนี้ Centralsmartjobs นำบทความดีๆ ซึ่งเป็นเทคนิคการเตรียมตัว สมัครงาน หางาน เพื่อพลิกวิกฤต (ว่างงาน) ให้เป็นโอกาส เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา หรือสำหรับน้องๆ ที่กำลังเรียนปี 4 และจะจบในไม่กี่เดือนนี้

หางานเตรียมข้อมูลการสมัครให้เป๊ะ..ลบจุดบกพร่อง!

แน่นอนว่าเด็กจบใหม่ที่กำลังว่างงานนั้น จะมีเวลามากกว่าคนที่ได้งานแล้ว หากคิดในแง่ดีคือการมีเวลามากขึ้นในการเตรียมตัวสมัครงาน เราควรใช้เวลาตรงนั้นในการกลับมาตรวจสอบ และทบทวนดูว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน หรือมีปัญหาที่จุดใด ทำไมจึงไม่ได้งานทำ รวมถึงหาข้อบกพร่องต่างๆ ที่ทำให้เราพลาดตำแหน่งงานที่ต้องการไปได้ จากนั้นให้เตรียมอัพเดทเรซูเม่ให้น่าสนใจกว่าเดิม เช่นการปรับเปลี่ยนรูปแบบเรซูเม่ให้มีความพิเศษแตกต่างจากเรซูเม่แบบทั่วไป เพื่อที่ดึงความสนใจจากผู้จ้างงานนั้นเอง

นอกจากนี้นักศึกษาจบใหม่ควรอย่างยิ่งที่จะศึกษาความต้องการของตลาดแรงงาน และกำหนดทิศทางการสมัครงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้เวลาตอนว่างงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ด้วยการเตรียมข้อมูลให้พร้อมทุกด้าน ก่อนเริ่มต้นสมัครงานในครั้งต่อไป

อย่าทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์!
ความจริงคือการว่างงานไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป และไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่บ้านเฉยๆ รอโอกาสวิ่งเข้าใส่เท่านั้น เด็กจบใหม่บางคนถึงกับท้อจนไม่อยากจะทำอะไรเลย นอนรอโอกาสจากเสียงโทรศัพท์ปลายทาง ซึ่งอาจเป็นการทำลายเวลาที่มีค่านั้นให้เสียไปเปล่าๆ ดังนั้นเด็กจบใหม่ที่ว่างงานอยู่ สามารถเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานฟรีแลนซ์ หางานพาร์ทไทม์ทำ หรือหางานเล็กๆ น้อยๆ ทำระหว่างที่รอการตอบรับจากบริษัท เพื่อจะได้ไม่ทิ้งเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์

ข้อดีของการทำงานเสริมระหว่างรองานประจำคือ ช่วยลดความกดดันหลังจากพลาดงานลงไปได้บ้าง และในขณะเดียวกันเราสามารถสร้างรายได้ส่วนหนึ่งให้กับตัวเอง เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการสมัครงานครั้งต่อไป อีกทั้ง การทำฟรีแลนซ์ยังช่วยให้เราพัฒนาตัวเองในแง่ของศักยภาพการทำงาน รวมถึงได้กลุ่มเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของกันและกันได้

พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ!
ปัญหาหลักอีกประการที่ทำให้ต้องผิดหวังไปคือ การขาดทักษะบางอย่างที่องค์กรต้องการ หรือทักษะที่ตำแหน่งนั้นๆ ควรจะมี เช่น หากผู้สมัครต้องการสมัครงานไอทีในบริษัทต่างชาติ แต่ไม่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดี หรือไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นสิ่งที่เราควรแก้ไขคือการเสริมความรู้ให้กับตัวเองอย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ตำแหน่งงานที่เคยคาดหวังไว้ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน

สำหรับเด็กจบใหม่ที่ว่างงานคือคนที่มีเวลาว่าง ควรรีบมองหาแนวทางในการพัฒนาตัวเอง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะด้วยการลงเรียนเสริมความรู้ เสริมทักษะในการทำงานให้มีมากขึ้น หรือขอเข้าไปฝึกงานในบริษัทที่สนใจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานทำ ในการหางานแต่ละครั้ง สิ่งสำคัญคือควรละทิ้งทัศนคติเรื่องการเลือกงานไว้ข้างหลัง หากเราอยากได้งาน เราต้องไม่เลือกงาน ไม่อย่างนั้นโอกาสและประสบการณ์ในการทำงานก็จะยิ่งห่างไกลออกไป

รวมถึงไม่ควรคิดว่าการต้องตกอยู่ในภาวะว่างงานนั้นเป็นความเครียด แต่ให้คิดว่าเรายังมีโอกาสในการเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองก่อนที่จะเริ่มต้นหางานครั้งใหม่ เพียงแต่อย่าเพิ่งท้อ เด็กจบใหม่หลายคนจะรู้สึกท้อแท้ ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นหางานไปได้ไม่กี่ครั้ง หากยังไม่ได้งานทันที ก็ให้เตรียมความพร้อมให้มากขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มความมั่นใจทั้งกับตัวเองและนายจ้าง ให้ได้เห็นความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะทำงานนั้นเอง

สานสัมพันธ์ Keep In Touch!!
สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคนรอบตัว รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆ เอาไว้ เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะได้ช่วยแนะนำอะไรดีๆ ให้เราได้เมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานว่าง ช่องทางการหางาน หรือคนรู้จักที่จะสามารถ แนะนำงานให้เราได้ อย่าลืมว่าสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ คนที่มีเครือข่ายกว้างขวางย่อมได้เปรียบคนที่เก่งอย่างเดียว ดังนั้นควรสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัวไว้

5 ข้อที่นักศึกษาจบใหม่ ควรทำในการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน

1. ตรงต่อเวลาเสมอ
การรักษาเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว พฤติกรรมนี้จะเป็นสิ่งที่สะท้อนคุณลักษณะ หรือตัวตนของเรา และยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพนักงานคนอื่น ๆ ที่มีต่อเราด้วย เช่น ถ้าเราไปทำงานสายตั้งแต่วันแรก หรือมาสายเป็นประจำ คนก็จะจำภาพว่าเราเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา ยิ่งเราเป็นพนักงานใหม่ และเป็นคนที่เด็กที่สุดในทีม การไปทำงานสายหรือปล่อยให้ผู้ใหญ่รอในการประชุม เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นการบ่งบอกนิสัยของตัวเราแล้วการรักษาเวลายังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อผู้อื่นด้วยเช่นกัน

2. เขียนสรุปงานหรือลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำหลังจบการประชุมทุกครั้ง
ระบุสิ่งที่ต้องทำหรือสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ชัดเจนทุกครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นการเตือนตัวเองไม่ให้ลืมแล้ว ยังทำให้เราสามารถประเมินได้ว่าต้องทำงานอะไรบ้าง ทำให้ขั้นต่อไปในการทำงาน เราจะรู้ว่าต้องบริหารงานอย่างไร ต้องทำสิ่งไหนก่อน เมื่อจดบันทึกลิสต์ของงานที่ได้รับมอบหมายหลังการประชุมแล้ว เราควรจะทวนสิ่งนั้นกับหัวหน้างาน หรือคนที่ให้งานเรามาอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการทำงานนั้นถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีอะไรผิดพลาด ตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย

3. บอกหัวหน้าว่าสิ่งไหนที่เราทำได้หรือทำไม่ได้
พนักงานใหม่ที่เพิ่งเรียนจบ ย่อมมีประสบการณ์น้อยกว่าคนที่ทำงานมาหลายปีแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับงานมา เราควรจะประเมินความสามารถของตัวเองว่ามีทักษะเพียงพอต่อการทำงานนั้นมากน้อยขนาดไหน ถ้าคิดว่างานนั้นยากเกินความสามารถหรือไม่ถนัดให้รีบแจ้งหัวหน้างาน หรือถ้าคิดว่าทำได้แต่ต้องใช้เวลา ก็ต้องสื่อสารบอกหัวหน้าให้ชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า งานนี้เราทำได้แต่อาจจะต้องเลื่อนกำหนดส่งออกไปอีกหน่อย เพราะเรายังไม่มีประสบการณ์หรือความสามารถมากพอที่จะทำงานให้เสร็จตามกำหนดส่งเดิมที่ได้รับมอบหมายมา ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดและความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากการทำงาน เพราะหากเราทำงานไม่สำเร็จเนื่องจากงานยากเกินไป แต่เราไม่บอกล่วงหน้าตั้งแต่ตอนแรก เราจะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ

4. แจ้งให้ชัดเจนเมื่อเสร็จงานแล้ว
ถ้าทำงานเสร็จแล้วให้แจ้งส่งงานให้เรียบร้อยด้วยการเขียนบอกหรือบอกกล่าวโดยตรงกับคนที่ให้งานเรามา เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราหมดลงแล้ว และเราจะได้มีเวลาไปทำงานอย่างอื่นต่อไป เพราะถ้าเราไม่แจ้งให้ชัดเจนหรือยุ่งกับงานอื่น ๆ จนลืมแจ้งส่งงาน อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เช่น หัวหน้าอาจจะไม่รู้ว่าเราส่งงานแล้วและทวงงานจากเรา ซึ่งอาจทำให้กระบวนการทำงานปกติของเราถูกขัดจังหวะหรือเกิดความล่าช้าได้

5. รู้จักสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
แม้พนักงานใหม่จะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานแต่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่อาวุโสกว่า มีทักษะ และความสามารถมากกว่าเรา นอกจากทักษะการทำงานแล้ว การทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงานก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเพื่อนร่วมงานจะช่วยให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ที่เรายังไม่รู้ ทำให้เราสามารถปรับตัวเข้าสู่โลกของการทำงานได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

รักษาเวลาเสมอ เพราะนอกจากจะทำให้เห็นว่าเราเคารพเวลาคนอื่นแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงนิสัยส่วนตัวของเราด้วย

จดบันทึกงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อที่งานจะได้ไม่ตกหล่น และวางแผนจัดลำดับความสำคัญของงานได้

สื่อสารกับหัวหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะแจ้งส่งงานทุกครั้งที่งานเสร็จ หรือบอกเขาเมื่องานมีปัญหา หรือไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้จริง ๆ

ไม่ใช่แค่มีความสามารถในการทำงานเท่านั้น แต่การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานก็จำเป็นเช่นกัน

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้า และเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะมันจะทำให้เราได้คำแนะนำในการทำงานที่ดีจากพวกเขา
เราควรจะต้องทำให้ได้

คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!