สิ่งที่เราควรทำตอนตกงาน

ตกงาน หรือโดนเลิกจ้างด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา อย่าเพิ่งฟูมฟาย ตั้งสติให้ดีแล้วทำตามนี้ ล้มแล้วต้องรีบลุก เริ่มต้นใหม่ให้ได้โดยไว !

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน สิ่งที่ไม่อยากพบเจอมากที่สุดก็คือ การตกงาน หรือการถูกเลิกจ้าง เพราะนอกจากจะทำให้เสียรายได้ และเสียโอกาสไปแล้ว สมัยนี้งานดี ๆ ก็ไม่ได้หากันง่าย ๆ แต่ถ้าหากคุณต้องพบกับเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การมานั่งเสียใจ หรือตีอกชกตัวให้รู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่ควรตั้งสติแล้วเริ่มทำทั้ง 10 สิ่งที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมปลักอยู่กับความผิดหวัง ในเมื่อเราสามารถลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้

1 ควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้
แน่นอนล่ะว่าคงไม่มีใครสามารถทำให้ตัวเองใจเย็นได้หลังจากที่รู้ว่าตัวเองต้องตกงาน แต่การควบคุมอารมณ์ให้ได้มากที่สุดก็เป็นหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณตั้งสติได้ไวขึ้น และรู้ว่าคุณควรจะทำอะไรต่อไป แม้ว่าจะในตอนนั้นคุณอาจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธ ผิดหวัง เสียใจ ท้อแท้ แต่ก็มีแค่คุณเท่านั้นที่จะช่วยพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้ใหม่ ฉะนั้นดึงสติตัวเองกลับมาเดี๋ยวนี้เลย รับรองว่าคุณจะได้มองเห็นหนทางดี ๆ ที่ตอนแรกคุณอาจจะมองไม่เห็นอย่างแน่นอน

2. รักษาสิทธิของตัวเอง
ถึงแม้จะถูกเลิกจ้าง แต่ก็ใช่ว่าคุณจะไม่มีสิทธิในฐานะลูกจ้าง คุณไม่ควรปล่อยให้ทุกอย่างจบไปโดยที่คุณอาจจะเสียเปรียบ กลับไปอ่านสัญญาการว่าจ้างที่คุณเคยเซ็นตอนเริ่มงาน และกลับมาถามในสิ่งที่คุณพึงได้จากการออกจากงานในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นใบรับรองผ่านงาน กองทุนสำรอง เงินสะสม ประกันสุขภาพ หรือเงินชดเชย คุณควรถามให้ละเอียด เพราะไม่มีใครสามารถรักษาสิทธิ์ของคุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเองแน่นอน

3. อย่ามัวตำหนิคนอื่น แต่จงมองข้อผิดพลาดของตนเอง
หลาย ๆ คนที่ถูกไล่ออกจากงานก็มักจะเอาแต่คิดและตำหนิหัวหน้าหรือที่ทำงานเก่า รวมทั้งมองหาข้อผิดพลาดของพวกเขาเหล่านั้นเพื่อเป็นการปลอบใจตัวเอง แต่ถ้าทำแบบนั้นคุณจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และถ้าหากได้งานใหม่ก็อาจจะทำให้คุณมีจุดจบแบบเดิม ๆ ดังนั้นหยุดอวยตัวเอง หันมามองถึงข้อผิดพลาดของตนเอง นำข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนและปรับปรุงตัวเองเพื่อรอรับสิ่งใหม่ ๆ กันดีกว่า

4. ส่งจดหมายขอบคุณเพื่อนร่วมงาน
แม้ว่าสุดท้ายระหว่างคุณกับที่ทำงานจะจบกันไม่สวย แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะไม่ใยดีในสิ่งที่ผ่านมา ลองใช้เวลานึกทบทวนในสิ่งดี ๆ ที่คุณเคยได้รับจากหัวหน้า และเพื่อนร่วมงานของคุณสิ แล้วเขียนอีเมลส่งไปขอบคุณพวกเขา แม้ว่าในที่สุดจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว แต่บางทีการคงเหลือมิตรภาพในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งก็ย่อมดีกว่า และไม่แน่ว่าในวันหนึ่งเพื่อนร่วมงานของคุณอาจจะเป็นคนหยิบยื่นโอกาสในการทำงานดี ๆ ให้คุณก็ได้นะ

5. ปรับปรุงรีซูเม่
หลายคนเมื่อยังทำงานอยู่ก็ไม่เคยนึกจะสนใจกับรีซูเม่ของตนเอง จนกระทั่งถึงเวลาที่จะต้องใช้อีกครั้งนี่ล่ะ ดังนั้นหากในวันหนึ่งที่คุณเกิดตกงานละก็ ก่อนที่จะเริ่มหางานใหม่ คุณควรให้เวลากับการปรับปรุงรีซูเม่อันเดิมของคุณเสียก่อน เพิ่มเติมข้อมูลของงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตของงาน ผลงานที่คุณเคยทำ ถ้าคิดอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ ก็อย่าลืมเติมความสนใจใหม่ ๆ ลงไปด้วย หรือถ้าคุณคิดว่ารูปแบบรีซูเม่ของคุณเริ่มจะล้าสมัยเกินไป ก็ทำขึ้นมาใหม่เลย เท่านี้ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้คุณหางานใหม่ได้ง่ายขึ้นไปอีกนิดแล้วล่ะ

6. จัดระเบียบรายรับรายจ่ายเสียใหม่
เมื่อตอนที่ยังทำงานอยู่ จะใช้จ่ายอะไรก็ดูจะไม่ขัดสนมากนัก แต่เมื่อคุณตกอยู่ในสภาพคนว่างงานที่ไม่มีรายได้ การใช้เงินแบบเดิม ๆ จะทำให้คุณลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นคุณควรให้เวลาในการจดบันทึกรายจ่ายของคุณที่เคยผ่านมา ดูว่าตรงไหนที่จำเป็น และตรงไหนที่ควรตัดทิ้ง การรัดเข็มขัดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หากคุณทำได้ นอกจากจะช่วยให้คุณไม่ลำบากจนเกินไปแล้ว ก็เป็นการเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินของคุณในระยะยาวด้วย

7. มองหาโอกาสใหม่ ๆ
สำหรับบางคนการออกจากงานที่เก่าก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ทำงานไปในแต่ละวันโดยที่ไม่ได้ชอบงานที่ทำอยู่จริง ๆ หรือมีความฝันที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแต่ไม่มีเวลาจริง ๆ จัง ๆ เสียที ดังนั้นใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์ ลองหาโอกาสใหม่ ๆ ทบทวนความฝันที่เคยพับเก็บไปเพราะการทำงาน นำมันออกมาปัดฝุ่นแล้วเริ่มทำซะ ไม่มีอะไรสายไปหรอกนะ ถ้าหากตั้งใจจะเริ่มทำจริง ๆ

8. ใช้เวลากับตัวเองให้มากขึ้น
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ จนพักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือจะไม่มีเวลาแม้แต่จะออกกำลังกาย จงใช้เวลาตอนนี้ให้คุ้มค่า อย่ามองว่าเวลาที่ว่างลงเพราะไม่ได้ทำงานจะเป็นเรื่องเลวร้าย คิดเสียว่าตัวเองได้พักผ่อนเพื่อดูแลตัวเองให้มากขึ้น นอกจากนี้อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่บ้านเฉย ๆ เด็ดขาด แต่ควรหาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่าง จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านไงล่ะ

9. เช็กสิทธิ์ประกันสังคม
สำหรับคนที่ทำงานมาเป็นเวลานาน ๆ หลายปี หากวันหนึ่งคุณต้องออกจากงานแบบกะทันหัน สิ่งที่คุณควรทำเป็นอันดับแรกก็คือตรวจสอบสิทธิ์ที่คุณพึงได้รับจากสำนักงานประกันสังคม อันเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของคนทำงานเกือบทุกคน ทั้งนี้คุณควรจะเช็กว่าตัวเองจะได้รับการคุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาลถึงเมื่อไร ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะได้รับการคุ้มครองต่อไปอีก 6 เดือน
นอกจากนี้ยังควรรีบไปขึ้นทะเบียนคนว่างงานภายในระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่ออกจากงานด้วย เพราะตามเงื่อนไขของประกันสังคม ผู้ที่ส่งเงินสมทบติดต่อกัน 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงานจะสามารถขึ้นทะเบียนคนว่างงาน และรับเงินชดเชยได้ โดยหากถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินชดเชยในจำนวน 50% ของรายได้ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ส่วนในกรณีลาออกก็จะได้รับชดเชย 30% เป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้สามารถไปยื่นเรื่องที่สำนักงานจัดหางานของรัฐได้ทุกแห่ง และถ้าอยากได้ละเอียดเพิ่มเติมละก็ ตามไปดูกันได้ที่ ประกันสังคม ช่วยได้ ถึงจะว่างงาน ก็ยังได้รับเงินเดือน ! รับรองว่าไม่มีพลาดแน่นอน

10. ขึ้นทะเบียนกับกรมจัดหางาน

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงสุญญากาศ จะหางานใหม่ก็ยังหาไม่ได้ จะหาอะไรทำเป็นรายได้เสริมก็ไม่รู้จะทำอะไรดี ขอแนะนำให้ขึ้นทะเบียนตนเองกับกรมการจัดหางาน หน่วยงานนี้นอกจากเป็นตัวช่วยในการหางานใหม่ให้คุณแล้ว ก็ยังมีการฝึกอบรมดี ๆ ที่สามารถไปสร้างเป็นอาชีพได้ โดยสามารถไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานจัดหางานได้ทั่วประเทศ ไม่แน่นะ บางทีคุณอาจจะได้ความรู้ด้านอาชีพใหม่ ๆ หรืออาจจะได้โอกาสในการทำงานดี ๆ จากที่นี่ก็เป็นได้

แค่เดือนเดียวคนไทยว่างงานพุ่งกว่า 1 แสนคน

เดือนม.ค.61 คนไทยว่างงาน 4.74 แสนคน เพิ่มขึ้นจากเดือนธ.ค.60 กว่า 1 แสนคน จบปริญญาตรียังเตะฝุ่นมากที่สุด สำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปจำนวนแรงงานในเดือน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปจำนวนแรงงานในเดือน ม.ค.2561 มี 37.79 ล้านคน มีงานทำ 37.07 ล้านคน ว่างงาน 474,600 คน คิดเป็นอัตราว่างงานร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบ

เดือนม.ค.2560 ที่มีคนว่างงาน 449,000 คน คิดเป็นร้อยละ 1.2 หรือเพิ่มขึ้น 26,000 คน แต่หากเปรียบเทียบกับเดือน ธ.ค.2560 ซึ่งมีผู้ว่างงาน 363,900 คน เท่ากับว่าในช่วง 1 เดือนผ่านมามีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 110,700 คน

จำนวนนี้คนว่างงานเดือนม.ค. 2561 นี้ เมื่อแบ่งเป็นระดับการศึกษาของคนว่างงาน พบว่าระดับอุดมศึกษา มีจำนวน 149,600 คน รองลงมาเป็นกลุ่มที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 114,400 คน มัธยมตอนต้น 95,400 คน ประถมศึกษา 65,100 คน และไม่มีการศึกษา และต่ำกว่าประถมศึกษามี 50,000 คน

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กลุ่มที่ว่างงานเพิ่มขึ้นคือ กลุ่มจบมัธยมศึกษาตอนปลายว่างงานเพิ่มขึ้น 21,000 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเพิ่มขึ้น 3,000 คน ส่วนกลุ่มที่ว่างงานลดง คือระดับอุดมศึกษาลดลง 10,000 คน ระดับประถมศึกษาลดลง 8,000 คน และกลุ่มไม่มีการศึกษา และต่ำกว่าประถมศึกษาลดลง 19,000 คน

ผู้ว่างงานนี้แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 206,000 คน และกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน 269,000 คน ซึ่งแบ่งเป็นคนในอาชีพภาคการค้าและบริการ 145,000 คน ภาคการผลิต 86,000 คน และภาคเกษตรกรรม 38,000 คน
หากแบ่งเป็นเพศชายหญิง พบว่าผู้ชายว่างงาน 297,100 คน หญิง 177,500 คน

แม้การถูกเลิกจ้างจะเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด แต่ก็อย่ามองโลกในแง่ร้ายมาจนเกินไป ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอหากเราตั้งสติได้ไว และนำข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนสอนให้เราไม่ทำผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่ 2 เชื่อว่าถ้าเราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว โอกาสก็ไม่มีวันจะทอดทิ้งเราไปอย่างแน่นอน

คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!